The Act. Khon Kaen Institute | Your Success is The Act's Mission
043-257-176, 088-564-2554 (Mon - Sat: 09.00 - 17.00 น.)

พ่อแม่เตรียมลูกให้รับ “ความผิดหวัง” แต่เราเตรียมเขาให้รับ “ความสำเร็จ” แล้วหรือยัง?

24 September 2026
พ่อแม่เตรียมลูกให้รับ “ความผิดหวัง” แต่เราเตรียมเขาให้รับ “ความสำเร็จ” แล้วหรือยัง?

พ่อแม่เตรียมลูกให้รับ “ความผิดหวัง” แต่เราเตรียมเขาให้รับ “ความสำเร็จ” แล้วหรือยัง?

 

ลงคอนเทนต์คุณอากร-05.jpg

 

เด็กไทยวัยเพียง 16 ปี ก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีระดับโลก และสร้างความภูมิใจให้กับคนไทยจำนวนมาก

เมื่อได้เห็นข่าวนี้ สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือ “ดีใจและยินดีด้วยจริง ๆ”

เพราะเบื้องหลังความสำเร็จของเด็กคนหนึ่ง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความสามารถ แต่คงเต็มไปด้วยความฝัน การฝึกฝน ความอดทน และความกล้าที่จะเดินไปไกลกว่าที่หลายคนคิดว่าเด็กอายุเท่านี้จะทำได้

แต่เมื่อความดีใจค่อย ๆ สงบลง ผมกลับนึกถึงอีกคำถามหนึ่งขึ้นมา

ถ้าวันหนึ่งลูกของเรา ประสบความสำเร็จเร็วกว่าที่เราคิดไว้มาก เราเตรียมเขาให้พร้อมรับมือกับมันแล้วหรือยัง?

 

เรามักเตรียมลูกให้พร้อมรับ “ความผิดหวัง”

ตั้งแต่ลูกยังเรียนอยู่ พ่อแม่จำนวนมากพยายามเตรียมลูกให้พร้อมกับวันที่ผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง

สอบไม่ติดจะทำอย่างไร
คะแนนออกมาไม่ดีจะเริ่มต้นใหม่อย่างไร
ผิดหวังจากเป้าหมายจะลุกขึ้นเดินต่ออย่างไร

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสำคัญ

เพราะความล้มเหลวหรือความผิดหวัง เป็นสิ่งที่เด็กทุกคนอาจต้องพบเจอในชีวิต

แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่เราอาจพูดถึงกันน้อยกว่า นั่นคือ

การเตรียมลูกให้พร้อมรับ “ความสำเร็จ”

 

 

เพราะความสำเร็จที่มาเร็ว ก็เป็นบททดสอบเช่นกัน

ลองคิดดูว่า หากเด็กอายุเพียง 16 ปี วันหนึ่งมีทั้งชื่อเสียง เงิน งาน โอกาส ผู้คน และข้อเสนอต่าง ๆ เข้ามาพร้อมกัน

เขาจะรับมือกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร?

นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัว และไม่ใช่เหตุผลที่เราควรห้ามเด็กออกไปตามความฝัน

ตรงกันข้าม เราควรสนับสนุนให้เขาไปได้ไกลที่สุดเท่าที่ศักยภาพของเขาจะพาไป

แต่ในวันที่โอกาสเดินเข้ามาเร็วกว่าวุฒิภาวะ สิ่งที่เด็กต้องการอาจไม่ใช่เพียงคนที่ช่วยเปิดประตูให้กว้างขึ้น

เขาต้องการผู้ใหญ่ที่ช่วยให้เขา ยืนได้มั่นขึ้น

 

เด็กต้องเรียนรู้มากกว่าเรื่อง “ความเก่ง”

เมื่อความสำเร็จเข้ามา เด็กอาจต้องเรียนรู้เรื่องใหม่พร้อมกันหลายอย่าง

ทั้งการรู้จักเงิน การรู้จักคน การรับมือกับคำชมและคำวิจารณ์ การตัดสินใจ การปฏิเสธ รวมถึงการแยกให้ออกว่าโอกาสไหนควรรับ และเรื่องไหนควรหยุดคิดก่อน

ที่สำคัญที่สุด คือการไม่ปล่อยให้ความสำเร็จเปลี่ยนเขาจนหลงลืมตัวเอง

เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้เด็กไปได้ไกลเพียงใด

เขาก็ยังต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับตัวเอง

 

ลงคอนเทนต์คุณอากร-03.jpg

 

หน้าที่ของพ่อแม่ อาจไม่ใช่การพาลูกวิ่งให้เร็วที่สุด

จากการทำงานกับเด็กและผู้ปกครองมากว่า 22 ปี ผมยิ่งเชื่อว่า การเตรียมอนาคตให้ลูกไม่ควรมีเพียงคำถามว่า

“ลูกจะสอบติดคณะอะไร?”

แต่เราควรถามต่อไปด้วยว่า

 

“ถ้าวันหนึ่งลูกไปได้ไกลกว่าที่เราคิดไว้ เราเตรียมเขาให้ใช้ชีวิตเป็นแล้วหรือยัง?”

เพราะในวันที่ลูกผิดหวัง เขาต้องการกำลังใจ

แต่ในวันที่ลูกประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ เขาอาจต้องการมากกว่านั้น

เขาต้องการ สติ วุฒิภาวะ การตัดสินใจที่ดี และคนรอบตัวที่หวังดีกับเขาจริง ๆ

 

อย่าสร้างลูกให้ “ดังที่สุด” แต่ช่วยให้เขา “แข็งแรงพอ”

 

เราอาจไม่สามารถอยู่ข้างลูกได้ในทุกสถานการณ์ตลอดชีวิต

สิ่งที่เราทำได้จึงไม่ใช่การตัดสินใจแทนเขาไปตลอด

แต่คือการค่อย ๆ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้เขา

 

ให้เขารู้จักตั้งคำถาม
รู้จักคิดก่อนตัดสินใจ
รู้จักคุณค่าของเงิน
รู้จักเลือกคนรอบตัว
รู้จักพูดคำว่า “ไม่”
และรู้ว่าตัวเองต้องการชีวิตแบบไหน

 

เพราะท้ายที่สุด

 

หน้าที่ของพ่อแม่ ไม่ใช่สร้างลูกให้ดังที่สุด แต่คือช่วยให้เขาแข็งแรงพอ

ที่จะดูแลความฝัน ความสำเร็จ และชีวิตของตัวเองได้

และบางที นี่อาจเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่ารางวัลใด ๆ

เพราะมันคือสิ่งที่จะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

 

อากร สถาบัน The Act

 

คำถามชวนคุยสำหรับผู้ปกครอง

ถ้าวันหนึ่งลูกของคุณอายุเพียง 16 ปี และมีทั้งชื่อเสียง เงิน และโอกาสจำนวนมากเข้ามาพร้อมกัน

สิ่งแรกที่คุณอยากสอนลูกคืออะไร?

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ PRIVACY POLICY | Terms and Conditions